โสภณ จรัสวัฒน์


แนวทางปฏิบัติในการป้องกันภัยพิบัติชายฝั่งทะเลอันดามันจากคลื่นสึนามิ

               
Thailand Floodway


Download - ระบบป้องกันอุทกภัยและภัยแล้งของประเทศไทย
Thailand Floodway
Thailand Floodway Thailand Floodway
Andaman Tsunami Cancellation Barrier


การสลายคลื่นสึนามินอกชายฝั่งทะเลด้วยแรงดึงดูดโลก

 นาวาอากาศเอก โสภณ จรัสวัฒน์ (Copyright)

                ประเทศไทยจำเป็นต้องมีแนวสลายคลื่นสึนามิใต้พื้นมหาสมุทรนอกชายฝั่งทะเลอันดามันเพื่อลดความรุนแรงของคลื่นสึนามิก่อนที่จะเกิดขึ้นบนชายฝั่ง แนวสลายคลื่นสึนามินี้จะต้องอยู่ได้อย่างถาวรโดยไม่ต้องมีการบำรุงรักษาและไม่ทำลายสภาพแวดล้อม



ลักษณะสำคัญของแนวสลายคลื่น

                แนวสลายคลื่นสึนามินี้มีลักษณะสำคัญคือเป็นแนวขัดขวางการวิ่งเข้าฝั่งของคลื่นสึนามิขณะที่กำลังวิ่งไปบนผิวพื้นดินใต้ท้องทะเลซึ่งขนาดความสูงของคลื่นยังคงน้อยอยู่คือประมาณ 1 - 2 เมตร แม้ว่าจะมีความเร็วถึง 900 กิโลเมตรต่อชั่วโมงแต่พื้นผิวน้ำเบื้องบนก็ยังคงราบเรียบซึ่งขนาดของคลื่นที่ยังไม่มากนี่เองทำให้ง่ายแก่การทำลาย โดยการสร้างแนวปะทะสูง ๓ เมตรเหนือผิวดินใต้ท้องทะเลนอกชายฝั่งด้วยก้อนคอนกรีตขนาด ๓x๓x๓ ลูกบาศก์เมตรจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ ก้อน นำไปวางเป็นแนวไว้เพื่อให้คลื่นที่ยังมีขนาดเล็กอยู่วิ่งมาหยุดลงอย่างทันทีทันใด กลายเป็นมวลของน้ำปริมาณมากรวมกันอยู่ในบริเวณนั้นทำให้เกิดเป็นน้ำท่วมสูงในกลางทะเลแทนการท่วมบนฝั่งและสลายตัวไปเองอย่างรวดเร็วด้วยแรงดึงดูดโลก


ภูมิหลังของศิลปวิทยาการที่เกี่ยวข้อง

                 ได้มีการศึกษาเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าคลื่นสึนามิเป็นคลื่นที่เกิดขึ้นจากแหล่งกำเนิดใต้น้ำด้วยขนาดความสูงของคลื่นที่น้อยมากแต่มีความเร็วสูง มีการเคลื่อนที่ด้วยการหมุนวนทวนเข็มนาฬิกาไปในทิศทางเดียวกับการเคลื่อนที่ในรูปแบบของ Rayleigh- Wave เมื่อเข้าปะทะสิ่งกีดขวางใต้น้ำใกล้ชายฝั่งความเร็วของคลื่นจะลดลงตามลักษณะความลาดชันของพื้นที่เกิดการเปลี่ยนรูปแบบจาก Rayleigh-Wave เป็น Soliton-Wave ซึ่งมีลักษณะเป็นคลื่นบนผิวน้ำมีการเคลื่อนตัวด้วยการหมุนวนตามเข็มนาฬิกาไปในทิศทางเดียวกันกับการเคลื่อนที่ ความเร็วของคลื่นจะต่ำแต่ความสูงของคลื่นจะสูงมากเมื่อใกล้ชายฝั่ง น้ำบริเวณด้านหน้าจะถูกดูดลดลงทำให้มีลักษณะคล้ายตัว N กลายเป็นน้ำท่วมเข้าทำลายชายฝั่งที่รู้จักกันในนาม Tsunami-N2
                 อย่างไรก็ตามมีข้อมูลยืนยันจาก Hawaii Tsunami Museum ว่าแนวปะการังน้ำลึกสามารถบรรเทาความรุนแรงของคลื่นสึนามิในรูปแบบ Rayliegh-Waveได้ การส่งผ่านพลังงานของคลื่นใต้น้ำในลักษณะของRayleigh-Wave นี้จะสิ้นสุดลงที่แนวสลายคลื่นใต้น้ำเนื่องจากไม่มีความเร็วเหลือมากพอที่จะทำให้น้ำบริเวณหลังแนวสลายคลื่นหมุนวนต่อๆกันไปอีกได้



สาเหตุของการเกิดคลื่นสึนามิในทะเลอันดามัน

                 แสดงสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดคลื่นสึนามิในบริเวณทะเลอันดามันว่ามาจากการหักตัวลงของแผ่นเปลือกโลกใต้ท้องทะเลตามแนวรอยต่อระหว่างแผ่นเปลือก โลกอินเดียและแผ่นเปลือกโลกพม่า ด้วยแรงบีบอัดมหาศาลระหว่างแผ่นโดยมี แผ่นดินไหวเป็นตัวกระตุ้น ทำให้เกิดการหักตัวลงของแผ่นเปลือกโลกใต้ท้องทะเลเป็นแนวยาวถึง 1,200 กิโลเมตรในเวลาเพียงประมาณ 200 วินาที โดยเริ่มจากจุดเกิดเหตุบริเวณอะเจห์ไปตามแนวรอยต่อของแผ่นเปลือกโลกขนานกับแนวชายฝั่งเรื่อยไปจนถึงตอนเหนือของหมู่เกาะอันดามัน การดีดตัวของรอยหักก่อให้เกิดคลื่นใต้น้ำดันออกไปทั้ง สองข้างตลอดแนวความยาวของรอยแตกด้วยความเร็วเกือบ 900 กิโลเมตรต่อชั่วโมง วิ่ง เข้าหาชายฝั่งทะเลอันดามันและออกสู่มหาสมุทรอินเดียมุ่งไปยังเกาะลังกาและประเทศทางแถบอาฟริกาใต้ ทำให้เกิดความเสียหายขึ้นอย่างรุนแรงแม้จะอยู่ไกลนับพันกิโลเมตรก็ตาม แต่ประเทศทางตอนเหนือของรอยแตกคือปากีสถานและพม่าแม้จะอยู่ใกล้แหล่งกำเนิดคลื่นสึนามิกลับไม่ได้รับความเสียหายแม้แต่อย่างใด



การสร้างแนวกั้นคลื่นใต้น้ำด้วยก้อนคอนกรีต

                 แนวความคิดในการทำลายคลื่นใต้น้ำเพื่อลดความรุนแรงลงก่อนถึงฝั่ง ซึ่งสามารถกระทำได้โดยการสร้างแนวกั้นคลื่นด้วยก้อนคอนกรีตขนาด 3x3x3 ลูกบาศก์เมตรวางทิ้งลงในทะเลเป็นระยะๆทุกๆ 10 เมตรต่อหนึ่งก้อนให้ซ้อนเหลื่อมกัน 3 ชั้นแต่ละชั้นห่างกัน 10 เมตร ให้เป็นแนวขนานกับรอยต่อของเปลือกโลก ที่ระดับความลึก 100 - 200 เมตรใกล้ชายฝั่งทะเลของไทย การวางแท่งคอนกรีตในรูปแบบดังกล่าวนี้จะใช้แท่งคอนกรีต เป็นจำนวน 30,000 ก้อนต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร รวมแท่งคอนกรีต ทั้งสิ้น 100,000 ก้อน และอาจแยกวางเป็นเฟสตามลำดับความสำคัญของพื้นที่ก็ได้



ลักษณะของแท่งคอนกรีต

                 ลักษณะของแท่งคอนกรีตขนาด 3x3x3 ลูกบาศก์เมตรที่สอดไส้ ไว้ด้วยก้อนหินจากภูเขาในบริเวณใกล้เคียงซึ่งสามารถลดค่าใช้จ่ายได้เป็นอันมาก แท่งคอนกรีตนี้สามารถยับยั้งการพุ่งเข้าปะทะด้วยความเร็วสูงของคลื่นสึนามิไว้ได้โดยแท่งคอนกรีตเองไม่เกิดการเคลื่อนที่แม้แต่อย่างใด



ความสูงของคลื่นบนผิวน้ำ

                ความสูงของคลื่นบนผิวน้ำหลังเหตุการณ์ 2 ชั่วโมง จากภาพถ่ายดาวเทียมพบว่าความสูงของคลื่นมีเพียง 60 เซ็นติเมตรเท่านั้นซึ่งถือว่าเป็นสภาพปกติของท้องทะเลยามสงบ แต่ขณะเดียวกันที่บริเวณเหนือพื้นดินใต้ท้องทะเลคลื่นสึนามิที่มีความสูง 1- 2 เมตร ได้วิ่งเข้าหาฝั่งด้วยความเร็ว 900 กิโลเมตรต่อชั่วโมง



การวางแนวสลายคลื่นสึนามิในบริเวณทะเลอันดามัน

                แสดงการวางแนวสลายคลื่นสึนามิในบริเวณทะเลอันดามันเริ่มต้นที่บริเวณ Lat 9.5 N Long 97.2 E ขนานกับแนวชายฝั่งเรื่อยลงมาสิ้นสุดที่ Lat 6.3 N Long 97.8 E มีระยะห่างจากชายฝั่ง 100 - 150 กิโลเมตร และมีระดับความลึกของน้ำทะเล 100 - 200 เมตร รวมระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 350 กิโลเมตร ซึ่งยังคงอยู่ในเขตน่านน้ำของประเทศไทย แนวความคิดในการสลายคลื่นนี้จำเป็นที่สุดสำหรับประเทศในช่องแคบมะละกา คือ ประเทศมาเลย์เซีย เกาะสุมาตราของอินโดนิเซีย และประเทศสิงคโปร์ เนื่องจากมีแนวรอยต่อของเปลือกโลกอีกแนวหนึ่งระหว่างแผ่นพม่าและแผ่นซุนดาซึ่งเป็นภัยคุกคามโดยตรงและอยู่ใกล้เข้ามาถึงครึ่งหนึ่งของระยะทางของรอยแยกเดิม ประกอบกับเมี่อคลื่นวิ่งผ่านช่องแคบจะเกิดลักษณะการสะท้อนกันไปมาระหว่างช่องแคบทั้งสองข้างที่เรียกว่า Standing-Wave ทำให้เพิ่มอำนาจการทำลายได้มากขึ้นและอาจเกิดได้นานติดต่อกันหลายวัน



การใช้ประโยชน์จาก Cable-Car ในการลากจูงก้อนซีเมนต๋

                 อนึ่งการนำก้อนคอนกรีตไปหย่อนลงในทะเลอาจกระทำได้โดยสร้างเบาะโฟมหรือเบาะลมเพื่อพยุงก้อนซีเมนต์ให้ลอยน้ำแล้วเกี่ยวกับลวดสลิงซึ่งทำในลักษณะเดียวกับ Cable-Car เพื่อลากจูงก้อนคอนกรีตได้เป็นระยะๆเพื่อนำไปวางในจุดที่ต้องการ Cable- Car ที่ใช้ในการลากจูงก้อนคอนกรีตนี้เมื่อสิ้นสุดโครงการแล้วก็สามารถดำเนินกิจการท่องเที่ยวชมแนวสลายคลื่นได้โดยการลากจูงเรือหรือแคปซูลที่ออกแบบไว้เฉพาะเพื่อพานักท่องเที่ยวเดินทางไปชมยังสถานที่ดังกล่าวที่จะมีเป็นแห่งแรกในโลกก็ได้